บทที่ 10 บทที่ 8 ของขวัญพิเศษ
หลังจากที่ทั้งสองคนซื้อเสื้อผ้าในร้านแบรนด์เนมเสร็จ ก็เดินออกมาซื้อเครื่องประดับ และของใช้อื่นๆ เขาให้หญิงสาวเลือกซื้อนาฬิกาให้คุณพ่อสักเรือนหนึ่ง เห็นบ่นว่าอยากได้เอาไว้ดูเวลา จริงๆเขาควรจะซื้อหลายอย่างให้ เพราะท่านเองไม่เคยได้อยู่ที่บ้าน เขาเร่ร่อนออกไปอยู่ข้างนอกหลายสิบปี ก็ไม่แปลกที่จะไม่มีของใช้อะไรเลยอยู่ที่บ้าน
"แพรรู้ใช่ไหมว่าพ่อพี่เขาต้องใช้อะไรบ้าง ที่บ้านไม่มีอะไรเลยนะ รองเท้าก็แทบจะไม่มี ครีมบำรุงของใช้อะไรก็ไม่มีเลยสักอย่าง"
"แพรพอจะเดาออกค่ะว่าผู้ใหญ่เขาใช้อะไรบ้าง งั้นเดี๋ยวแพรช่วยเลือกนะคะ ตอนนี้คุณฟินิกซ์จะเอานาฬิกา อยากได้ประมาณไหนคะ"
หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่ม พร้อมกับจ้องมองไปยังตู้นาฬิกา เหมือนว่าโซนนี้จะเป็นคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ราคาแพงเอาเรื่อง แต่ละเรือนราคาไม่ต่ำกว่าหลักล้าน ถ้าเป็นเธอก็คงจะซื้อในราคาเพียงแค่หลักพันเท่านั้น ส่วนนาฬิกาเรือนละเป็นล้าน เธอไปซื้อบ้านอยู่ดีกว่า
"ก็ในตู้คอลเลคชั่นใหม่นั่นแหละ เลือกมาเลย"
"แพงมากเลยนะคะ"
"ซื้อไปเหอะน่าจะบ่นอะไรเนี่ย"
ชายหนุ่มเอ่ยออกมาก่อนจะสะกิดให้เธอไปเลือกมาสักเรือนหนึ่ง หญิงสาวมองหาตัวเรือนที่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ จึงเลือกที่เป็นสแตนเลสอย่างดีมีเพชรประดับประดาไม่มาก เนื่องจากผู้ที่สวมใส่เป็นผู้ชาย แต่ว่าดูหรูหราเหมาะสมฐานะของการเป็นคุณท่าน
"อันนี้สวยดีนะเนี่ย สีชมพูด้วย"
หญิงสาวหันไปมองตามเสียง ก่อนจะยิ้มกว้างออกมาแล้วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย นาฬิกา rolex สี rose gold สวยงามมากมันเป็นคอลเลคชั่นใหม่ที่เพิ่งออก ส่วนราคาไม่ต้องพูดถึง สามารถซื้อบ้านได้เป็นหลัง
"สวยค่ะแต่ว่าราคาซื้อบ้านได้เป็นหลังเลย แพรไม่กล้าใส่หรอกค่ะแบบนี้ โจรปล้นจะทำไงล่ะ"
หญิงสาวเอ่ยกระซิบกระซาบชายหนุ่มให้ได้ยินกันแค่สองคน ฟินิกซ์หลุดขำออกมาเล็กน้อย ให้พนักงานหยิบนาฬิกาเรือนนั้นออกมาได้ชำระเงินพร้อมกับอีกเรือน
"เอาเรือนนี้ด้วยครับ"
"โห... ซื้อนาฬิกาทีเดียวสองเรือนเลยเหรอคะ ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าคุณฟินิกซ์ชอบใส่นาฬิกาสีชมพู แต่ก็ดูดีไปอีกแบบค่ะ"
หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี ไม่คาดคิดเลยว่าชายหนุ่มจะชอบอะไรที่แหวกแนวผู้ชายแบบนี้ ฟินิกซ์ไม่ตอบอะไรส่ง black card ไปให้พนักงาน จากนั้นก็รอรับของ แล้วเอาไปให้เฉินถือไว้
และเมื่อซื้อของทุกอย่างได้ครบ ก็พากันไปหาของอร่อยกิน เนื่องจากว่าเมื่อเช้าเขาได้กินแต่เมนูสุขภาพ จึงทำให้ไม่รู้สึกอิ่มแม้แต่นิดเดียว
"กินอะไรดี แพรชอบกินอะไรไหนลองบอกพี่ซิ"
"แพรกินได้ทุกอย่างเลยค่ะคุณฟินิกซ์"
"ถ้าอย่างนั้นกินอาหารญี่ปุ่นนะ"
หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามเขาเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่น เธอเองไม่ใช่คนที่เรื่องมากเลยกับการกินอาหาร จึงทำให้ใช้ชีวิตโดยง่ายไม่เดือดร้อนว่าจะต้องกินอะไรในแต่ละวัน
ตลอดการกินข้าว หญิงสาวก็แอบลอบสังเกตชายหนุ่ม ดูเขาไม่แตะต้องผักเลยแม้แต่น้อยแถมยังเขี่ยออกด้วย จึงทำให้ค่อนข้างแปลกใจ ทั้งที่เมื่อเช้ายังกินสลัดผักอยู่เลย
"ทำไมเขี่ยผักออกขนาดนั้นล่ะคะ แล้วทำไมเมื่อเช้าถึงกินสลัดซะหมดเลย อย่าบอกนะคะว่ากินเพราะว่ากลัวแพรโกรธ"
"ก็แพรกดดันพี่ เอาจริงพี่เป็นคนไม่ชอบกินผักเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่ว่ากินไม่ได้นะ กินแค่บางชนิดเท่านั้น"
"มิน่าล่ะ ตอนที่ถามทำหน้าตาพะอืดพะอมเหมือนไม่ค่อยอยากกินเลย แล้วก็ไม่บอกอะไรตั้งแต่แรก ขอโทษนะคะแพรไม่ได้ตั้งใจค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด ตัวเองจะไปบังคับให้เขากินของที่ไม่ชอบได้ยังไง เขาเป็นนายจ้างเป็นเจ้านาย เธอเองเป็นแค่คนที่รับเงินเดือนแล้วก็มาทำงานให้เขา จะไปคอยกะเกณฑ์ให้เขากินนั่นกินนี่เป็นไปไม่ได้หรอก
"แพรก็ไม่ได้ผิดอะไรนี่ แต่ว่าคราวหลังพี่จะไม่เซ้าซี้ให้ทำกับข้าวให้แล้วกัน ความผิดพี่เองแหละ"
"พูดซะแบบแพรรู้สึกผิดเลย"
"กินเถอะพี่ไม่ได้โทษแพร"
ชายหนุ่มเอ่ยออกมา ก่อนจะตักปลาแซลมอนให้เธอกิน หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณ รู้สึกอบอุ่นในการกระทำของเขาเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เกิดมาถ้าไม่ใช่แม่ก็มีแค่เขานั่นแหละ ที่อ่อนโยนกับเธอขนาดนี้
"ทำหน้าอย่างกับจะร้องไห้ รีบกินสิ"
"ค่ะ"
หญิงสาวยิ้มออกมาก่อนจะนั่งกินของอร่อยที่เขาตักให้ ทั้งสองคนคุยกันพลางกินไป มีเรื่องให้คุยกันหลากหลาย ดูเหมือนว่าจะเข้ากันได้ดีทีเดียว ฟินิกซ์และหญิงสาวกินข้าวใช้เวลาอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง จากนั้นเขาก็เดินออกไปและให้ลูกน้องชำระเงิน จากนั้นก็ยื่นมือไปจับมือของแพรวรินทร์เอาไว้ เธอเงยหน้ามองสบตากับชายหนุ่ม ใบหน้าเริ่มแดงระรื่นเพราะรู้สึกเขินที่มีผู้ชายกุมมือ
"ยิ้มอะไร"
"แล้วคุณฟินิกซ์ยิ้มอะไรคะ"
ต่างคนต่างจ้องมองสบตากัน จากนั้นก็เบือนหน้าหนีไปคนละทางด้วยความเขินอาย โดยที่มือยังจับกันไว้แน่น
"จะกลับหรือยัง"
"กลับเลยก็ได้ค่ะ จะกลับไปดูคุณท่านสักหน่อยไม่รู้ว่าได้กินข้าวและก็ยาตอนเที่ยงหรือยัง เอาขนมนี้ไปให้กินด้วยค่ะ"
"อืม... งั้นกลับกันเถอะ"
เขาดึงมือหญิงสาวให้เดินตาม จากนั้นทั้งสองคนก็เดินไปยังประตูทางเข้าห้างด้านหน้า ซึ่งตอนนี้คนขับรถวนมารับเรียบร้อยแล้ว
และเมื่อเข้าไปนั่งในรถ ฟินิกซ์ก็รับถุงนาฬิกามาจากลูกน้องที่ยื่นมาให้ เปิดกล่องหยิบนาฬิกาเรือนสีชมพูแสนสวยออกมา จากนั้นก็จับมือหญิงสาวมาวางไว้ที่ตัก ใส่นาฬิกา rolex ราคาแพงไว้บนข้อมือของเธอ แพรวรินทร์ที่เห็นก็สะดุ้งอย่างตกใจ เธอไม่คิดว่านาฬิกาที่เขาซื้อมาจะยกให้เธอ หรือว่าอาจจะกำลังเข้าใจผิด คุณฟินิกซ์อาจจะซื้อให้ใครสักคน แล้วใช้ข้อมือของเธอทดลองสวมใส่
"ลองให้ใครเหรอคะ เดี๋ยวก็เปื้อนหรอก"
"พี่ซื้อให้แพร"
"ห๊ะ.... วะ...ว่าไงนะคะ มันแพงมากเลยนะคะ เรือนนี้ซื้อบ้านได้เป็นหลังแล้ว แพรรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ แพงขนาดนี้มาอยู่บนข้อมือเดี๋ยวก็เสียหมดหรอก"
หญิงสาวพยายามจะถอดออก แต่ทว่าชายหนุ่มกุมมือเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้หญิงสาวถอดนาฬิกาออกเด็ดขาด
"ถ้าถอดออกก็ไม่ต้องทำงานที่บ้านพี่ต่อแล้ว"
"คุณฟินิกซ์...!"
"เลือกเอา"
